แจ้งให้ทราบ
  • Please enter your DISQUS subdomain in order to use the 'DISQUS Comments for Joomla!' plugin. If you don't have a DISQUS account, register for one here

PK Hardware ขายส่งฮาร์ดแวร์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือช่าง ราคาพิเศษ!! จัดส่งทั่วประเทศ!!

 
0613592326
 

 061-359-2326

วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง ขายส่ง hardware ฮาร์ดแวร์ บางบอน

  • 1. มุมมอง
  • 2. ตลาด
  • 3. เงินลงทุน
  • 4. การวางตำแหน่ง
  • 5. ประสบการณ์
  • 6. คู่แข่ง
  • 1.มุมมองและทัศนคติ


    เริ่มที่ความคิด มุมมองและทัศนคติ ที่มีต่อธุรกิจนี้   การจะเปิดร้านฮาร์ดแวร์ร้านหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราจะต้องอาศัยการเรียนรู้ และสั่งสมประสบการณ์ ธุรกิจร้านฮาร์ดแวร์เป็นธุรกิจมีข้อดีหลายๆอย่าง เช่นร้านฮาร์ดแวร์จะมีสินค้าหลากหลายที่จำเป็นใช้ทั้งในการก่อสร้าง โรงงาน หรืองานซ่อมแซมตามบ้าน ทำให้มีลูกค้าหลายกลุ่มที่จะเข้ามาซื้อสินค้า จะมีโอกาสที่เจอลูกค้าขาใหญ่ที่ทำกำไรมากได้ ถ้าทำเก่งขายดี มองลู่ทาง โอกาสเติบโตหรือขยายร้านมี นอกจากนี้สินค้า(ส่วนใหญ่)ไม่มีการเน่าเสีย นับวันสินค้า(ส่วนใหญ่)มีแต่จะขึ้นราคาเรื่อยๆ แต่ข้อเสียก็มีคือธุรกิจนี้ใช้เงินทุนค่อนข้างมาก ต้องลองผิดลองถูก เนื่องจากสินค้ามีมากมายหลายชนิด เพราะการซื้อต้องซื้อเป็นโหลมาขายปลีก การเก็บสินค้าที่หมุนเวียนช้าก็มีโอกาสจมทุน กระทบต่อเงินทุนหมุนเวียน หรือการที่มีคู่แข่งเป็นจำนวนมากเกิดการแข่งขันราคา ปัญหาคนงาน ฯลฯ ดังนั้นคนที่จะเริ่มต้นเป็นเถ้าแก่คงจะต้องมีความกล้าที่จะทำ กล้าที่จะเสี่ยง ถ้า Trade-off ทุกอย่างแล้วคุ้มค่าก็ลงมือทำได้ เปิดร้านแรกๆ เถ้าแก่อาจจะต้องเหนื่อยทั้งหาสินค้า ตกแต่งร้าน ตั้งราคาสินค้า ขายสินค้า เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ จะเห็นกำไรไปอยู่ในของหมด เมื่อเวลาผ่านไปเราจะรู้ความต้องการในสินค้าของแหล่งที่เราไปเปิด เราจะเข้าของได้พอเหมาะและถูกต้องมากขึ้น ราคาที่ขายก็จะรู้มากขึ้นเองว่าเราขายแพงหรือถูกไป จะมีซัพพลายเออร์เข้ามาขายเรามากขึ้น เราจะเลือกเข้าของได้หลากหลายขึ้น อาจจะได้สินค้าราคาถูกลงเมื่อซื้อมีจำนวนมากขึ้น ครับทั้งหมดนั่นคือประสบการณ์และเวลาที่เราลงทุนทำไป นอกจากนี้เราจะลองปรึกษาผู้ประกอบการท่านอื่นที่มีประสบการณ์ หรืออ่านบทความตามเว็บไซต์หรือกระทู้ต่างๆ 

  • 2.ตลาด


    เริ่มแรกเราอาจจะมองจากภาพตลาดโดยรวมว่าสินค้าที่จะใช้ ความต้องการวัสดุของคนในพื้นที่ที่เราจะไปตั้งร้านอยู่ หากเป็นชุมชนเมือง จะมีความต้องการสินค้าประเภทตกแต่งภายใน งานซ่อมแซม จุกจิก หรือสี เป็นต้น หากเป็นแถบชานเมืองหรือนอกเมืองมีการก่อสร้างใหม่ อาจจะต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นหลัก เช่น ปูน กระเบื้อง หรือหากว่าอยู่ใกล้แถบโรงงานก็ต้องของที่เกี่ยวกับโรงงาน ของสเป็กพิเศษหรือ ของที่ฟุ่มเฟือยที่ใช้ในโรงงานเป็นต้น ทั้งหลายที่กล่าวมานี้จำเป็นต้องลงภาคสนามออกไปสำรวจพื้นที่ให้ละเอียด การดูทำเล ที่ตั้ง มีคนอาศัยอยู่มากไหม มีการสัญจรไปมามากไหม  ทำเลอยู่ในหมู่บ้านหรือใกล้หมู่บ้าน โรงงานอุตสาหกรรม หรืออยู่ในที่ๆมีโอกาสเติบโตของชุมชน โรงงาน หรือไม่ สรุปคือเราไปเปิดร้านจะขายใคร ใครจะเข้ามาซื้อ จะขายได้มากน้อยแค่ไหน มีโอกาสที่เรามองเห็นได้ขนาดไหน และนอกจากนี้อาจจะสำรวจดูแถวนั้นมีร้านค้าลักษณะเดียวกันเปิดเยอะหรือไม่ การแข่งขันเป็นยังไง ลองเข้าไปซื้อของแล้วถามเขาดู ขายดีไหม ยอดขายเป็นไง ลูกค้าเยอะไหม กลุ่มไหนเยอะ อะไรขายดี ช่วงเวลาไหนขายดี ฯลฯ ยิ่งคุยเก่งก็จะได้ข้อมูลเยอะเพราะจะเป็นข้อมูลดิบที่ดีมากในการจะตัดสินใจเปิดร้านค้า สำหรับเรื่องที่ตั้งร้าน จะต้องพิจารณาจากตำแหน่งที่ลูกค้ามองเห็นร้านชัดเจน การคมนาคมสะดวก เพราะต้องมีรถขนส่งวิ่งเข้า-ออก ขนาดของร้านมีความสัมพันธ์กับตลาดและจำนวนรายการสินค้าที่จะขาย โดยอาจจะแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ส่วนหนึ่งไว้เป็นคลังสินค้า บริเวณจอดรถและขนถ่ายสินค้า เพื่อที่จะบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่

  • 3.เงินลงทุน


    เงินลงทุน ซึงจะขึ้นอยู่กับขนาดของร้านว่าเล็กหรือใหญ่ขนาดไหน สินค้าที่จะเอาเข้ามาขายครบครัน ครบวงจรขนาดไหน ทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ สี ไฟฟ้า ประปา วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ โดยงบลงทุนจะขึ้นอยู่กับการสต็อกสินค้าของลูกค้าด้วยว่าจะสต็อกสินค้ามากน้อยขนาดไหน โดยคราวๆปัจจุบันตึกแถว 1 คูหา ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 500,000-1,000,000 บาท และควรมีเงินหมุนเวียนเริ่มต้นอย่างน้อยสัก 3 เดือน เพราะช่วงแรกซัพพลายเออร์ยังไม่รู้จัก จะไม่ปล่อยเครดิตเรา จึงจำเป็นจะต้องซื้อเงินสดเข้าของมาเปิดร้านก่อน เงินที่เราใช้ควรเป็นเงินเย็น แรกๆไม่ควรเอาเงินกู้ยืมมาใช้ เพราะเรายังไม่รู้หลักและไม่รู้ว่าขายได้ดีมากน้อยเพียงใด ทำได้สักพักแล้วเราจะรู้ทิศทางการบริหารเงินเอง ทั้งรายได้จะเป็นเงินสด หรือเงินเชื่อ การได้เครดิตเทอมจากซัพพลายเออร์จะเป็นอย่างไร ค่าใช้จ่ายคงที่และแปรผันต่อเดือนจะเป็นเท่าไหร่ ทำให้บริหารเงินได้ดีขึ่น

  • 4.การวางตำแหน่ง


    การวางตำแหน่ง(POSITIONING) ของทางร้าน ว่าจะขายสินค้าอะไรบ้าง เป็นไปในแนวทางไหน หมวดไหนเป็นหลัก เกรดไหน หรือมีหลายเกรดให้ลูกค้าเลือก ลูกค้ากลุ่มไหนเป็นหลัก เช่นเป็นช่าง ผู้รับเหมา ชาวบ้านทั่วไป หรือกลุ่มโรงงาน  การมีสินค้าให้ครอบคลุมว่าควรมีสินค้าสต็อกประมาณไหนถึงจะเพียงพอต่อความต้องของกลุ่มลูกค้า เช่น แรกเริ่มอาจจะมีสินค้าหลากหลายก่อน เพราะเรายังไม่รู้ว่าทำเล ที่ตั้งที่เราอยู่ลูกค้าเน้นสินค้าแนวไหน  ทำไปเรื่อยๆ ก็จะรู้ว่าสินค้าตัวไหนเป็นสินค้าขายบ่อย ใช้บ่อย ก็สามารถสต๊อกได้มาก บางสินค้าเป็นสินค้าที่จมทุน ก็ควรสั่งแต่พอดี นอกจากนี้การตกแต่งร้านก็มีส่วนช่วยในการขายสินค้าด้วย โดยควรจะจัดวางให้เป็นระเบียบ แยกหมวดหมู่ให้เรียบร้อย ทำชั้นวางวางให้หยิบจับสินค้าได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว

  • 5.ประสบการณ์


    ประสบการณ์ เทคนิคการขายและจัดซื้อ ของผู้ประกอบการเอง ถามว่าจะต้องมีความรู้ในเรื่องสินค้าทุกตัวเลยใช่ใหม อาจจะไม่จำเป็นต้องรู้หมดทุกตัวเลยก็ได้ แต่ก็ขอให้มีบ้าง ไม่ใช่ไม่มีเลย สินค้าฮาร์ดแวร์เป็นสินค้าที่ส่วนหนึ่งก็ใช้ในชีวิตประจำวัน เจ้าของร้านสามารถเรียนรู้เองได้ หรือไม่ก็จะมีร้านค้าอื่น ๆ เข้ามาเสนอขายสินค้า ซึ่งทางร้านค้าสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากพนักงานขายหรือตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้นและสินค้าฮาร์ดแวร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทาง PK. HARDWARE CENTER และทีมงาน พร้อมที่จะให้คำปรึกษาเพียงโทรมาหาเรา ทั้งเรื่องการขายและการตั้งราคา  นอกจากนี้อาจจะต้องลองสำรวจตลาดหลังจากนั้นประสบการณ์และตลาดจะสอนให้เรารู้เอง ว่าสินค้าตัวไหนควร บวกกำไรเท่าไหร่ 5%,10%,15%,20%,30% ก็ว่ากันไปตามกลไกของตลาด สินค้าบางตัวกำไรเป็นเท่าตัวก็ยังมี ขึ้นอยู่กับรูปแบบราคา นอกจากนี้การจัดซื้อและการเลือกซัพพลายเออร์ ควรจะเปิดใจรับซัพพลายเออร์ใหม่ๆเพิ่อดูสินค้าและเปรียบเทียบราคาและดูว่าเป็นซัพพลายเออร์ที่ดีซื่อสัตย์ ไม่หลอกลวงลูกค้า คิดราคาสินค้าเป็นธรรม การบริการส่งที่ดี มีเครดิตเทอมเหมาะสม ถ้ามีสินค้าเสียหายก็ให้เปลี่ยนได้ ไม่งี่เง่าเพราะเราต้องซื้อสินค้าเขาอย่างต่อเนื่อง 

  • 6.คู่แข่ง


    เรื่องคู่แข่ง ผู้ประกอบการต้องออกสำรวจตลาดว่าในทำเลที่ตั้ง ว่ามีร้านค้าที่ขายแนวนี้มากน้อยแค่ไหน หากว่ามีเยอะ แสดงว่าอาจจะมีตลาดรองรับอยู่ แต่ถ้าเราเข้าไปก็อาจจะมีการแข่งขันกันเพิ่มขึ้น อยากจะให้มองภาพรวมให้ดี ว่ามีกำลังซื้อ ปริมาณคน โรงงานเล็ก ใหญ่ หมู่บ้านต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าทั้งสิ้น และให้มองร้านค้าข้างเคียงให้เป็นพันธมิตรมากกว่าที่มองว่าเป็นคู่แข่งกัน เพราะบางที่เราอาจจะต้องโป๊วสินค้าบางตัวจากเขาก็ได้และอาจจะมีการพูดคุยกันไม่ตัดราคาสินค้ากันเพราะจะทำให้ตลาดเสีย

     

    สุดท้ายนี้ค้าขายสินค้าหากจะมองว่าง่ายก็ง่าย มองว่ายากก็ยาก ยิ่งฟังหลายความคิดเห็นยิ่งงง เอาตนเองเป็นที่ตั้ง มุ่งมั่นกับมัน ปัญหามีทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแก้ไขอย่างไร

     

    ขอฝากร้าน P.K.HARDWARE CENTER ร้านนำเข้าและขายส่งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือช่าง สินค้าโรงงาน สินค้าของทางร้านเรามีมากกว่า 5,000 รายการ ทางเรามีทีมงานที่พร้อมให้บริการ และคำปรึกษาไม่ว่าทางด้านสินค้าและการขาย หากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยครับ

     

    วิโรจน์ ภัทจารีสกุล(เฮียปิ๊ก)

ที่ตั้งสำนักงาน :  60/427-8 ซ.สุนทร 7 ถ.เอกชัย แขวงบางบอน
                      เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150

โทรศัพท์ : 02-417-0959 , 02-417-1889, 02-894-4820

โทรสาร : 02-894-4820

อีเมล : Thanatta_3128@hotmail.com

โทรศัพท์มือถือ : 061-359-2326, 086-619-5599

Line ID : 0613592326

 

 Find us on Facebook